เครื่องดูดไขมัน ต่างกันยังไง เลือกแบบไหน?
โพสต์เมื่อ : 23 ก.ย 2569 เวลา 7:57 น.

เวลาพูดถึงการดูดไขมัน หลายคนมักโฟกัสว่า “ดูดตรงไหน” แต่จริง ๆ แล้วอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ใช้เครื่องระบบอะไร เพราะเครื่องดูดไขมันแต่ละแบบใช้พลังงานไม่เหมือนกัน และมีจุดเด่นต่างกัน
มาทำความรู้จักเครื่องดูดไขมัน 4 แบบที่พบได้บ่อยกันว่าแต่ละระบบทำงานอย่างไร
คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ Ultrasound-Assisted Liposuction
ระบบนี้ใช้พลังงาน คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน เพื่อช่วยให้เซลล์ไขมันแตกตัวและกลายเป็นของเหลว ทำให้ดูดออกได้ง่ายขึ้น
จุดเด่นของ Ultrasound-Assisted Liposuction หรือ UAL คือช่วยจัดการกับไขมันที่มีความหนาแน่นสูง รวมถึงบริเวณที่มีพังผืด จึงเหมาะกับจุดที่ดูดได้ยาก
เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่มีไขมันค่อนข้างแน่น หรือมีพังผืดในบริเวณที่ต้องการดูด เช่น หน้าท้อง หลัง หรือหน้าอกผู้ชาย โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าระบบนี้เหมาะกับสภาพไขมันและผิวของแต่ละคนหรือไม่
สิ่งที่ควรรู้
เนื่องจาก UAL ใช้พลังงานความร้อน จึงต้องควบคุมพลังงานและเทคนิคอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความร้อนสะสมและการบาดเจ็บของผิวหนัง และเนื่องจากเป็นระบบที่มีควมาร้อน จึงไม่สามารถนำไขมันมาเติมต่อได้

ที่มา: dreamplasticsurgery
พลังงานกล Power-Assisted Liposuction หรือ PAL
Power-Assisted Liposuction หรือ PAL ใช้ แรงสั่นสะเทือนจากหัวดูด ช่วยให้ไขมันแตกตัว แทนการใช้พลังงานความร้อน
แรงสั่นสะเทือนนี้ช่วยให้หัวดูดเข้าถึงไขมันที่เหนียวหรือมีพังผืดได้ง่ายขึ้น รวมถึงบริเวณที่ดูดได้ยาก จึงเหมาะกับการเก็บรายละเอียดรูปร่างและสัดส่วน
อีกหนึ่งจุดเด่นของ PAL คือสามารถใช้สร้างแนวกล้ามเนื้อ เช่น Six Pack หรือ Sexy Line ได้ โดยแพทย์จะออกแบบแนวการดูดให้เข้ากับโครงสร้างร่างกายของแต่ละคน
ทำไมหลายคนเลือก PAL เมื่อต้องการนำไขมันไปเติมเต็ม?
เพราะ PAL ใช้การสั่นสะเทือน ไม่ได้ใช้ความร้อนในการสลายไขมัน เซลล์ไขมันจึงมีโอกาสคงสภาพอยู่ได้สูงกว่า และสามารถนำไปคัดแยกเพื่อเติมเต็มต่อได้
อย่างไรก็ตาม ไขมันที่ดูดออกมาไม่ได้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด ต้องผ่านการคัดแยกและเตรียมก่อนนำไปเติมเต็ม โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินคุณภาพและปริมาณของไขมันอีกครั้ง

พลังงานน้ำ Water-Assisted Liposuction
ใช้ น้ำแรงดัน เป็นตัวช่วยแยกเซลล์ไขมันออกจากเนื้อเยื่อโดยรอบ ก่อนดูดไขมันออกมา
จุดเด่นของระบบนี้คือไม่ใช้ความร้อนเป็นตัวหลัก จึงช่วยลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อไขมันและไม่ทำให้ผิวสัมผัสความร้อนโดยตรง
จุดเด่นที่ควรรู้
ใช้น้ำช่วยแยกเซลล์ไขมัน ไม่ใช้ความร้อน ไขมันที่ได้จึงนำไปเติมเต็มต่อได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวไหม้จากความร้อนในแบบเดียวกับระบบที่ใช้พลังงานความร้อน ไขมันที่ได้ สามารถนำไปคัดแยกเพื่อเติมเต็มต่อได้ เพราะไม่ได้ถูกทำลายด้วยความร้อนโดยตรง
เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูดไขมันหลายบริเวณ หรือให้ความสำคัญกับการเก็บไขมันไปเติมเต็มต่อ
สิ่งที่ควรรู้
แม้จะใช้พลังงานน้ำ แต่การดูดไขมันยังเป็นหัตถการที่อาจมีอาการบวม ช้ำ น้ำคั่ง หรือความเสี่ยงอื่น ๆ ได้
และไม่ได้มีคุณสมบัติกระชับผิวโดยอัตโนมัติ หากมีผิวหย่อนมาก แพทย์อาจแนะนำให้ประเมินวิธีอื่นร่วมด้วย

ที่มา: methode-wal
คลื่นความถี่วิทยุ Radio Frequency Assisted Liposuction
ใช้พลังงานจาก คลื่นความถี่วิทยุ ส่งความร้อนลงไปยังชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อช่วยสลายไขมันและทำให้เส้นใยคอลลาเจนหดตัว
จุดเด่นของ RFAL คือสามารถช่วยดูดไขมันและดูแลเรื่องความกระชับของผิวไปพร้อมกัน จึงเหมาะกับบริเวณที่มีไขมันเฉพาะจุดและต้องการให้ผิวดูเรียบกระชับขึ้น
เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่มีไขมันเฉพาะจุดในปริมาณไม่มาก และต้องการดูดไขมันพร้อมช่วยกระชับผิวในบริเวณเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ด้านความกระชับแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับอายุ ความยืดหยุ่นของผิว ปริมาณผิวหย่อน และเทคนิคของแพทย์
สิ่งที่ควรรู้
RFAL เป็นระบบที่ใช้ความร้อน จึงต้องควบคุมพลังงานและอุณหภูมิอย่างเหมาะสม และเนื่องจากเป็นระบบที่มีควมาร้อน จึงไม่สามารถนำไขมันมาเติมต่อได้

ที่มา: intechopen